welcome to my blog E-Portfolio Subject to the Science Experiences Management for Early Childhood ^_^

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Thesis

     สรุปงานวิจัย



การพัฒนาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมการเรียนรูปประกอบชุดแบบฝึกทักษะ
THE DEVELOPMENT OF SCIENCE PROCESS SKILLS OF YOUNG CHILDREN
EXPERIENCING LEARNING ACTIVITY WITH EXERCISED BOOK PACKAGE
                                                    click here for more information

ของ  เอราวรรณ ศรีจักร

      การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาการพัฒนาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ของ
เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชดแบบฝึกทักษะ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา
เป็นเด็กนักเรียน ชาย - หญิง อายุ 4 - 5 ปีกำ ลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล ปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา
2550 โรงเรียนอนุบาลธนินทร เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เขตพื้นที่การศึกษา 2 ด้วยการสุ่ม
ตัวอย่างอย่างง่าย จํานวน 15 คน เพื่อให้เด็กได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชุดแบบฝึก
ทักษะ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ชุดแบบฝึกทักษะวิทยาศาสตร์  แผนการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ประกอบชุดแบบฝึกทักษะ และแบบประเมินทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ ที่มีค่าความ
เชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .77 ใช้แบบแผนการวิจัย แบบ One - Group Pretest - Posttest Design และ
วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ  t - test Dependent

 ผลการศึกษาพบว่า
การพัฒนาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ประกอบชุดแบบฝึกทักษะโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก และจําแนกรายทักษะมีค่าเฉลยคะแนนสูงขึ้นทุก
ทักษะ อยู่ในระดับดีมาก 3 ทักษะ คือ ทักษะการสังเกต ทักษะการสื่อสาร ทักษะการลงความเห็น
และอยู่ในระดับดี 1 ทักษะ คือ ทักษะการจําแนกประเภท เมื่อเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังการ
ทดลอง พบว่า  แตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิตที่ระดับ .01


นิยามศัพท์เฉพาะ
 1. เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กนักเรียนชาย - หญิง ที่มีอายุระหว่าง 4 - 5 ปีซึ่งกําลัง
ศึกษาอยู่ระดับอนุบาลศึกษา
2. การพัฒนา หมายถึง ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทักษะกระบวนการ
วิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชุดแบบฝึกทักษะ
วิทยาศาสตร์สาหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งประเมินโดยแบบประเมินที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
3. ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย หมายถึง ความสามารถของ
เด็กปฐมวัยในการใช้วามคิด การค้นหาความรู้เพื่อหาคําตอบที่เป็นองค์ความรู้ได้ในการวิจัยนี้
จําแนกเป็น 4 ด้าน ดังนี้
 3.1 การสังเกต หมายถึง ความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง
หรือหลายอย่างรวมกัน ได้แก่ หู ตา จมูก ลิ้น และผิวกาย เขาไปสัมผัสโดยตรงกับวัตถุหรือ
เหตุการณ์แล้วเด็กสามารถบอกลักษณะหรือความแตกต่างของสิ่งนั้นได้
 3.2 การจําแนกประเภท หมายถึง ความสามารถในการแบ่งประเภทสงของโดยมี
เกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกประเภทอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ความเหมือน ความแตกต่างและ
ความสัมพันธ์
 3.3 การสื่อสาร หมายถึง ความสามารถในการบอกข้อความหรือเล่าให้บอกถึงสิ่งที่
ค้นพบจากการสังเกต การทดลอง เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจได้ถูกต้อง
 3.4 การลงความเห็น หมายถึง ความสามารถในการอธิบายหรือสรุปความเห็นสิ่ง
ที่ค้นพบหรืออธิบายสิ่งที่เกิด ขึ้นตามมาหรือที่ได้จากประสบการณ์การเรียนรู้ร่วมกบการใช้เหตุผล





วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Thai Teacher TV


ส่องนกในโรงเรียน Learning Outside the Classroom : Birdwatching in School



     กิจกรรมส่องนกเป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนที่คุณครูจัดให้เด็กได้ทำอย่างเป็นประจำด้วยตนเอง จุดประสงค์ก็เพื่อให้เด็กได้ศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อย่างนกชนิดต่างๆที่มีอยู่ในธรรมชาติ ทำให้เด็กเกิดสนใจที่จะสังเกตสิ่งต่างๆรอบตัว
     การจัดกิจกรรมการส่องนกนี้ เด็กได้สัมผัสกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายนอกห้องเรียนที่มีอยู่ให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม รู้จักแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ ได้สังเกตสิ่งที่อยู่รอบๆตัวอย่างไกล้ชิด ทั้งต้นไม้  ดอกไม้ป่า ทุ่งหญ้า เด็กๆได้ร่วมทำกิจกรรม คือ การให้อาหารนกรอบๆบริเวณโรงเรียนเพื่อที่นกจะได้รู้ว่าสามารถมากินอาหารได้ และจะมีนกหลากหลายสายพันธุ์ที่เข้ามาใกล้ในบริเวณโรงเรียน เด็กๆจะได้เห็นนกมากมาย รู้จักขั้นตอนการทำอาหารให้นกเพื่อลำดับกิจกรรมก่อนการออกไปส่องนกร่วมกันกับเพื่อนๆและครู ก่อนการทำกิจกรรมครูได้สอนเด็กๆเรียนรู้ชื่อนกแต่ละชนิดและเด็กๆจะได้นับถูกว่านกแต่ละชนิดมีกี่ตัว เช่น นกกิ้งโครง มี 3ตัว นกติ๊ดสีฟ้ามี 2ตัว ที่เด็กเห็น การฟังเสียงของนกเมื่อนกร้อง และสุดท้ายหลังกิจกรรมจะครูให้เด็กๆสรุปร่วมกันว่าเด็กๆเห็นนกอะไรบ้าง มีลักษณะอย่างไรเพื่อทวนความรู้ที่เด็กได้รับ
กิจกรรมการส่องนกในโรงเรียนสามารถส่งเสริมทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ science process skillsให้กับเด็กได้ดังนี้
1.ทักษะการสังเกต ( Observation) เด็กได้ทักษะการสังเกตจากการใช้ตาส่องกล้องส่องทางไกลเพื่อดูนก ทำให้สามารถบอกรูปร่าง สัณฐาน ขนาด สี  ของนกได้จากการมองเห็น
2.ทักษะการจำแนกประเภท(Classification) เด็กได้จำแนกสิ่งต่างๆ ของนก เช่น ประเภทของนกมีหลากหลายชนิด หลากหลายสีและมีขนาดที่แตกต่างกัน
3.ทักษะการวัด( Measurement)  เด็กได้มองดูและวัดขนาดนกผ่านทางสายตา โดยวัดได้ว่านกตัวใหญ่ตัวเล็กขนาดแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด
4.ทักษะการสื่อความหมายข้อมูล(Organizing. Data and Communication) เด็กสามารถบอกได้ว่านกมีสีอะไร แตกต่างกันอย่างไร และตอบปริศนาของครูได้ก่อนเริ่มกิจกรรมส่องนก บอกจุดที่นกอยู่ได้ผ่านการส่องกล้องส่องทางไกล เด็กทุกคนมีกระดานและกระดาษสำหรับจดบันทึก เช่น ขีด/ เพื่อนับจำนวนนก 1 ชนิดว่ามีทั้งหมดกี่ตัว
5.ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล(Inferring) เด็กสามารถอธิบาย สรุปและตอบคำถามของคุณครูได้เมื่อคุณครูบอกให้เด็กดูว่านกอยู่ตรงไหนโดยเด็กอาจมีการเพิ่มความคิดเห็นส่วนตัวที่มีอยู่ลงไปกับข้อมูลที่รู้ด้วย จากการที่เด็กส่องกล้องส่องทางไกล
    




วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่12

บันทึกอนุทิน
วิชาการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ

The twelfth Blog
                                                                  November,7  2014
 1.10 PM - 4.40 PM
Teaching time  1.10 PM.  Attend class at  1.05 PM.  Finish class at 4.40 PM.



What I have learned today

วันนี้เพื่อนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอแผนการสอน



 กลุ่มที่1 สอนในหน่วยกล้วย(Banana) เรื่อง ประเภทของกล้วย

ขั้นนำ :เริ่มโดยคุณครูพาเด็กๆร้องเพลง "สวัสดีเจอจ้าสวัสดี ชื่นชีวี ยิ้มแย้ม แจ่มใส มาพบกันวันนี้แสน                 ดีใจ รื่นเริงไป ร้องรำให้สำราญ"
ขั้นสอน :คุณครูใช้คำถาม ถามเด็กว่าเด็กๆรู้จักกล้วยประเภทไหนบ้าง จากนั้นพาเด็กๆร้องเพลงกล้วย
            หลังจากที่ร้องเพลงเสร็จถามเด็กๆว่าเพลงที่ร้องไปมีกล้วยอะไรบ้าง

อาจารย์ให้คำแนะนำกลุ่มBanana:ในการเขียนแผนวัตถุประสงค์ต้องสามารถวัดได้และคนเป็นครูต้องรู้จักออกแบบแผนการสอนให้น่าสนใจ
                                    
                   

กลุ่มที่2 สอนในหน่วยกบ(Frog)เรื่อง ส่วนประกอบของกบ

ขั้นนำ : คุณครูพาเด็กๆร้องเพลงเกี่ยวกับลักษณะของกบ โดยร้องเพลงชื่อเพลงกบ
             “กบ กบ กบ กบมันมี 4 ขา ขาหลังกระโดดมา #มันแลบลิ้น แพลบ แพลบ แพลบ แพลบ#”                   ขั้นสอน :1.คุณครูนำภาพกบให้เด็กดูและบอกชื่อกบสังเกตลักษณะเช่น สี ขนาด รูปร่าง และส่วนประกอบ
               3.คุณครูให้เด็กดูภาพกบ2ชนิดและบอกชื่อลักษณะของกบทั้งสองชนิด
               4.คุณครูให้เด็กๆบอกสิ่งที่ต่างกันและเหมือนของกบจากภาพ
ขั้นสรุป:ครูและเด็กร่วมกันบอกสิ่งที่เหมือนและแตกต่างกันของกบทั้งสองชนิด พร้อมร้องเพลงกบ

อาจารย์ให้คำแนะนำกลุ่มFrog:คำพูดที่คุณครูเน้นย้ำกระตุ้นให้เด็กตอบคำถามและเมื่อเด็กตอบคำถามครูต้องจดบันทึกลงไปด้วยเสมอ


กลุ่มที่3 สอนในหน่วยกะหล่ำปลี(Cabbage) เรื่อง ประโยชน์และข้อพึงระวังของกะหล่ำปลี

ขั้นนำ : ให้เด็กๆตบมือตามคำสั่งของคุณครูเพื่อเรียกความพร้อม
             จากนั้นพาเด็กๆร้องเพลงกะหล่ำปลี                                                                                                             "ขาว ขาว ขาว หนูเคยเห็นบ้างหรือเปล่า เอ๊ะมันคือกะหล่ำปลี ดูสิ ดูสิ น่าลองจัง หวานๆ กรอบๆ                อร่อยดี นำมาทำอาหารน่ากิน"
ขั้นสอน :คุณครูนำกะหล่ำปลีมาให้เด็กๆดู จากนั้นคุณครูถามเด็กๆเกี่ยวกับประโยชน์ของกะหล่ำปลี                         คุณครูบอกประโยชน์และข้อพึงระวังของกะหล่ำปลีให้เด็กฟัง

อาจารย์ให้คำแนะนำกลุ่มCabbage:ในขั้นนำต้องสัมพันธ์กับเรื่องที่จะสอน เช่น จะสอนเรื่องกะหล่ำปลีในเพลงต้องมีการสอดแทรกประโยชน์ของกะหล่ำปลีลงไปด้วย ครูก็ควรมีการใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กตอบคำถามเป็นระยะด้วย อาจารย์แนะนำให้ใช้เทคนิคการเล่านิทานมาใช้กับเรื่องประโยชน์ของกะหล่ำปลีเพราะเนื้อหาเกี่ยวกับประโยชน์มีจำนวนมาก


กลุ่มที่4 สอนในหน่วยส้ม(Orange) เรื่อง ประโยชน์ของส้ม(Cooking น้ำส้มคั้น)

ขั้นนำ : เริ่มโดยคุณครูร้องเพลง ตบมือเปาะแปะ
             "# ตบมือเปาะแปะ เรียกแพะเข้ามา แพะไม่มา ปิดประตูรูดซิบ #"
ขั้นสอน : คุณครูให้เด็กๆดูภาพส้มแล้วให้เด็กๆเล่านิทานจากภาพส้ม
                คุณครูบอกประโยชน์ของส้มเช่น เปลือกส้มตากแห้งไล่ยุง ดอกไม้จากเปลือกส้ม  สบู่ เค้กส้ม                   น้ำส้มคั้น จากนั้นคุณครูมีกิจกรรมCookingมาให้เด็กๆทำคือ ทำน้ำส้มคั้น

อาจารย์ให้คำแนะนำกลุ่มOrange:ควรมีการบันทึกคำตอบของเด็กทุกครั้งเวลาที่เด็กตอบคำถาม
                                      เทคนิคในการสอนต้องมีความหลากหลายมากกว่านี้
                                      การทำcookingควรแนะนำอุปกรณ์ การทำความสะอาด ความปลอดภัย                                                    อุปกรณ์ที่เตรียมมาเด็กต้องสามารถสังเกตได้ชัดเจนเช่น แก้วควรเป็นแก้วใส
                                         


กลุ่มที่5 สอนในหน่วยดอกมะลิ(Jasmine)  เรื่องประโยชน์ของดอกมะลิ( Cooking ดอกมะลิชุบแป้งทอด)

ขั้นนำ :  คุณครูพาเด็กๆท่องคำคล้องจอง "ดอกเอ๋ย ดอกมะลิ คุณค่านั้นมีมากหลาย  ทั้งปลูก นำไปขาย เมื่อได้มานำไหว้พระ อีกทั้งทำน้ำอบ กลิ่นประดุจมวลดอกไม้ ประกอบอาหารได้ มะลินั้นคุณมากมี"
จากนั้นพูดคุยเกี่ยวกับประโยชน์ของดอกมะลิ
ขั้นสอน : แนะนำอุปกรณ์ในการทำและสาธิตวิธีการทำดอกมะลิชุบแป้งทอดจากนั้นให้ตัวแทนเด็กๆออกมาทำให้เพื่อนๆดูด้วย

อาจารย์ให้คำแนะนำกลุ่มJasmine:ในการทำCookingอาจใช้เวลาในการประกอบกิจกรรมนานถ้าไม่จำเป็นจริงๆไม่ควรมีพวกร้องเพลงหรือคำคล้องจองก็ได้
คุณครูควรมีการตั้งคำถามถามเด็กๆก่อนการทำcookingเช่นก่อนที่จะทอดเด็กๆคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนำดอกมะลิใส่ลงไปในกระทะ ถามคำถามเด็กเพื่อกระตุ้นให้เด็กคิด
คุณครูควรมีดอกมะลิให้เด็กแต่ละคน ให้เด็กได้มีโอกาสทำcookingจนครบทุกคน


กลุ่มที่6 สอนในหน่วยไก่(Chicken)  เรื่อง วิธีการเลี้ยงดูไก่


ขั้นนำ : คุณครูเรียกความพร้อมของเด็กๆโดยร้องเพลง "ตบมือแปะๆ เรียกแพะเข้ามา แพะไม่มา เอามือกอดอก" จากนั้นคุณครูมีคำคล้องจองพาเด็กๆร้อง
               "ก.ไก่ กุ๊ก กุ๊ก           เช้าอยู่ทุ่งนา
                สายอยู่ทุ่งหญ้า      เย็นพาเข้าสุ่ม
                เดินย่อง ยุ่ม ยุ่ม      ขุ้ยเขี่ยอาหาร
                รวมทั้งพืชผัก         ข้าวเปลืกข้าวสาร
                ที่เป็นอาหาร          ทั้งหนอนไส้เดือน
                แล้วทุกหกเดือน     ต้องฉีดวัคซีน
                เพื่อป้องกันโรค      ให้ไก่แข็งแรง
            จากนั้นคุณครูถามความรู้ที่ได้จากการท่องคำคล้องจองซึ่งพูดเกี่ยวกับวิธีการดูแลไก่กับเด็กๆ      
ขั้นสอน :คุณครูสนทนากับเด็กเกี่ยวกับเรื่องไก่และวิธีการเลี้ยงดูไก่ โดยมีการใช้คำถามทวนประสบการณ์เดิมของเด็กด้วย จากนั้นคุณครูมีกิจกรรมให้เด็กๆเต้นเพลง Chicken dance
ขั้นสรุป:คุณครูและเด็กร่วมกันพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงดูไก่และร้องเพลงทวนอีครั้ง

อาจารย์ให้คำแนะนำกลุ่มChicken ควรมีการเตรียมสื่อให้พร้อมเพราะในการจัดกิจกรรมcooking ใช้เวลามาก ดังนั้นครูต้องบริหารเวลาให้ดีกว่านี้ ในการสอนควรมีภาพมาใช้ประกอบการสอน 


กลุ่มที่7 สอนในหน่วยปลา(Fish) เรื่อง ประโยชน์ของปลา ( Cooking ปลาทูทอด )


ขั้นนำ :คุณครูชี้แจงเรื่องอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการทำcookingปลาทูทอด และข้อควรระวังต่างๆ
ขั้นสอน :คุณครูพาเด็กๆทอดปลาทู 

อาจารย์ให้คำแนะนำกลุ่มFish  วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการทำcooking ไม่ควรเป็นชิ้นที่มีขนาดใหญ่แต่ควรมีขนาดพอเหมาะ เพราะถ้านำวัตถุชิ้นใหญ่มาอาจจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการทำกิจกรรมได้



How to teach and use techniques

    - ให้นักศึกษามีโอกาสได้ลงมือปฏิบัติจริงและทำกิจกรรมด้วยตนเอง

    - ใช้เทคนิคการสอนแบบสาธิต
    - ใช้คำถามปลายเปิด เพื่อให้นักศึกษาฝึกคิด 



Things that need to be developed
   
-ในการสอน คนเป็นครูต้องมีความรอบรู้ รู้จักการออกแบบการสอน มีเทคนิคการสอนที่หลากหลาย เช่นในการเลือกเพลงมาสอนต้องรู้จักใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแต่งเพลงให้สอดคล้องกับเรื่องที่จะสอน การแต่งนิทานก็เช่นเดียวกันต้องเชื่อมโยงเข้ากับเนื้อหาที่จะสอนให้ได้
-สามารถนำเทคนิคการแตกmind map มาใช้ในการสอนเด็กในหน่วยเรื่องต่างๆได้
-เมื่อเนื้อหาที่จะสอนมีจำนวนมากก็สามารถนำเทคนิคการเล่านิทานมาปรับใช้ให้เหมาะสมได้
-ในการสอนให้เด็กทำcooking สิ่งที่สำคัญคุณครูควรแนะนำอุปกรณ์และวิธีการใช้ที่ถูกต้องและบอกถึงข้อควรระวังต่างๆ อุปกรณ์ที่คุณครูเตรียมมาก็ต้องมีความปลอดภัยกับเด็ก ในขณะที่เด็กทำcooking คุณครูต้องเฝ้าดูเด็ก
-สามารถนำเทคนิคและคำแนะนำจากอาจารย์ในการให้คำแนะนำกลุ่มต่างๆมาปรับใช้ในการสอนของตนเองได้อย่างเหมาะสม




ประเมินผล (Evaluation)


 Self-Evaluation

     วันนี้ได้เตรียมแผนการสอนมาเป็นอย่างดี ได้ออกไปสอนทำให้ได้รับคำแนะนำในการสอนจากอาจารย์จึงคิดว่ายังเตรียมตัวมาสอนในวันนี้ยังไม่ดีพอ คิดว่าจะนำคำแนะนำจากอาจารย์ไปปรับใช้ให้เหมาะสม  สำหรับฉันก็ได้ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนอย่างเต็มที่ รู้สึกสนุกและตื่นเต้นกับกิจกรรมในวันนี้มากๆ


 Friends-Evaluation

   บรรยากาศในห้องเรียนวันนี้ดูสนุกสนานอย่างมาก เพื่อนๆทุกคนมีความกระตือรือร้นในการฟังการนำเสนอแผนการสอนของเเต่ละกลุ่มด้วยความสนใจ   
สำหรับการนำเสนอการสอนของเพื่อนๆแต่ละกลุ่ม เกือบทุกกลุ่มมีความตั้งใจและเตรียมพร้อมในการสอนดีให้ออกมาให้ดีที่สุด เห็นได้จากการเตรียมสื่ออุปกรณ์มาสอนมากมายสื่อที่เตรียมมาก็เป็นของที่ใช้ได้จริงยิ่งทำให้เพื่อนในห้องเรียนสนใจอย่างมากและแต่ละกลุ่มก็ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ไปปรับปรุงแก้ไขกลุ่มตนเองให้ดียิ่งขึ้น


Teacher-Evaluation

      อาจารย์มีการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติเองทุกอย่าง อาจารย์ได้ให้คำแนะนำและเทคนิคการสอนที่หลากหลายเพื่อที่จะให้นักศึกษานำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น 




วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่11

บันทึกอนุทิน
วิชาการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ

The  Eleventh Blog
October,24 2014
 1.00 PM - 3.40 PM
Teaching time  1.00 PM.  Attend class at  1.00 PM.  Finish class at 3.40 PM.



What I have learned today

Today, my friends did their presentations of their Science toy.
จรวดด้วยแรงเป่า blowing rocket
เครื่องบินกระดาษ paper plane
กระป๋องโยกเยก dancing can
ป.ปลาตากลม big eye fish
แก้วกระโดด glass jumping
นักดำน้ำ diver 
กบกระโดด Jumping frog
บูมเมอแรง Boomerang
ปืนยิงลูกบอลจากลูกโป่ง Gun is made by balloon
ธนุจากไม้ไอศกรีม Ice-scream became bow
กระป๋องผิวปาก whistling can
ตุ๊กตาโยกเยก Dancing doll
เรือโจรสลัดลอยน้ำ Both of pirate
กังหันบิน Windmills
ไก่กระตาก Sound of chicken
แท่งยิง Missile
เขาวงกลด The maze
กงจักรมหัศจรรย์ Wonderful gear wheel 
หนูวิ่ง Hamster running 
รถพลังลมลูกโป่ง Jet car
ลูกข่างจากแผ่นซีดี Spinner
รถจากกระป๋องโค้ก Car coke
ไหมพรมเต้นรำ Knitting dancing
ป๋องแป๋ง Pong pang
โมบายสีรุ้ง Rainbow mobile
ฟองสบู่แสนเพลิน Funny bubble
ขวดน้ำหนังสติ๊ก Water bottle
จรวดจากหลอดกาแฟ straw rocket
รถหลอดด้าย Moving car
จั๊กจั่น Cicada
กลองแขก Arabic drum
ประทัดกระดาษ Paper firework
รถล้อเดียว Car of one wheel
เป่ารถ Windy car
เรือใบไม่ล่ม Ship won't fall
ทะเลในขวดน้ำ Ocean in a bottle
แก้วส่งเสียง Spoken glass


                                                                                 

                  
Atmosphere of each presentations


                                     My Science toy  
                                             


     สื่อของเล่นต่างๆที่เพื่อนนำเสนอสามารถนำไปประยุกต์ใช้ทำของเล่นในการจัดทำแผนการเรียนการสอนในหน่วยต่างๆเรียนรู้เรื่องต่างๆได้ เช่น

หน่วยกบ Frog 
Jumping frog 

หน่วยผีเสื้อ butterfly
Bow butterfly 
หน่วยไก่ chicken
sound of chicken
หน่วยกล้วย Banana 
Banana boomerang
หน่วยแปรงสีฟัน toothbrush
 toothbrush car
หน่วยส้ม Orange
 Tumbling orange
หน่วยปลาFish
 Aquarium clear& dim
หน่วยดอกมะลิ Jasmine 
 Dancing jasmine
หน่วยกะหล่ำปลี Cabbage 
Dancing cabbage




  Summarize what I learned  into Mind map 




How to teach and use techniques

     - อาจารย์พยายามให้นักศึกษาทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม
    -  ใช้น้ำเสียงหนักแน่นในการถามคำถามเพื่อให้นักศึกษาทุกคนมีความกระตือรือร้นในการตอบคำถาม 
     -อาจารย์ใช้วิธีการสอนแบบสาธิต ยกตัวอย่าง เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจและมองเห็นภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น
    



Things that need to be developed
    
 -ในการเลือกของเล่นที่จะนำมาใช้สอนเด็กต้องเป็นของเล่นที่เด็กสามารถประดิษฐ์เองได้ง่าย ไม่ควรมีวิธีการที่ซับซ้อนและไม่ควรใช้วัสดุที่ทำให้เกิดอันตรายต่อเด็ก ของเล่นที่นำไปใช้กับเด็กต้องมีความคงทน แข็งแรง
  -สามารถนำสิ่งประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์ของเพื่อนแต่ละคนนำไปดัดแปลงให้เหมาะสมกับของเล่นที่จะนำไปใช้สอนเด็กในหน่วยการเรียนรู้เรื่องต่างๆได้อย่างเหมาะสม
  -สามารถนำคำแนะนำในการเขียนแผนในแต่ละวันมาปรับใช้ในการเขียนแผนของกลุ่มตนเองและสามารถนำไปประยุกต์ใช้สอนเด็กปฐมวัยได้จริง
  -ในการให้เด็กเล่นควรให้เด็กคิดค้นวิธีการเล่นด้วยตนเอง
  -เมื่อจบไปประกอบวิชาชีพครูก้สามารถนำเทคนิคในการประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์ไปใช้สอนเด็กได้จริง



ประเมินผล (Evaluation)

 Self-Evaluation

    วันนี้มีความกระตือรือร้นและเตรียมความพร้อมในการเตรียมสื่อของเล่นวิทยาศาสตร์มาเพื่อนำเสนออย่างมากแต่ก็เกิดข้อผิดพลาดเล็กน้อยในการนำเสนออาจเป็นเพราะตื่นเต้น คิดว่าจะนำคำแนะนำในการประดิษฐ์ของเล่นจากอาจารย์ไปปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น


 Friends-Evaluation
    วันนี้เพื่อนแต่ละคนมีความกระตือรือร้นและตื่นเต้นที่ได้นำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์ เพื่่อนๆตั้งใจฟังและมีส่วนร่วมในการนำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์ของเพื่อนแต่ละคนเป็นอย่างดี เพื่อนๆฟังข้อผิดพลาดของตนเองและพร้อมที่จะนำกลับไปปรับปรุง


Teacher-Evaluation

       อาจารย์ให้คำแนะนำวิธีการประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์และข้อบกพร่องของของเล่นที่นำมานำเสนอเป็นรายคนเพื่อที่จะให้นักศึกษาแต่ละคนนำกลับไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น 




วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Science toy


      The Air Powered Jet car

รถพลังลมลูกโป่ง


Materials


     How to make...let's get start   


                                            นำกล่องสบู่มาเจาะรูเพื่อที่จะใส่ไม้สำหรับทำล้อรถ
                                              step1: Make holes on each side of a box .


ตัดหลอดดูดน้ำให้ได้ขนาดพอดีจากนั้นนำไม้ใส่เข้าไปในหลอด
 step2: Put wood-sticks in to each straws.

 เสียบหลอดกับไม้เข้าไปในรูที่เจาะ
step3: and then put them into the holes.

 นำฝาขวดน้ำมาเจาะรูตรงกลาง
step4: make a hole on each lid.


นำฝาขวดน้ำเสียบใส่ไม้เพื่อเป็นล้อรถ
step5: put those fake wheel in to the wood sticks.


ใช้หนังยางมัดลูกโป่งเข้ากับหลอดชนิดที่งอได้
 step6: tie a band with balloon and straw together.


เจาะรูดังภาพ แล้วนำหลอดที่มัดกับลูกโป่งมาใส่เข้าไปในรูที่เจาะ
 step7:As you can see in this below picture, put the straw that has a balloon tie into a hole.


 step8:เสร็จแล้วตกแต่งตาม Imagine ให้สวยงาม




                                                 

                                    Now we've got an awesome car !



How to play?

                           เปาลูกโป่งให้พองแล้วปล่อย Jet car จะเคลื่อนไปข้างหน้าที่ได้เอง
                                 Blow a balloon , let it go and then it's moving!! woohooo


                    
What is a reason that jet car can move forward ?

    สาเหตุที่ jet car สามารถเคลื่อนที่ไปเองได้ เพราะเมื่ออากาศจากข้างในลูกโป่งถูกปล่อยออกจากทางด้านท้ายรถก็จะทำให้เกิดแรงในทิศทางที่ตรงกันข้ามซึ่งมีแรงมากกว่าที่จะเอาชนะแรงเสียดทานของล้อรถจากพื้นทำให้ jet car สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้นั่นเอง

   It can move forward by itself  because  air was launched out of a balloon from back side. So the car was pushed  by those air and that's the reason why it can move forward!